ช้างศึกหวั่นใจเวลาเตรียมทีมน้อย หลังคิวลีกอัดแน่นก่อนลุยซูซูกิคัพ

43

ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ปวดขมับสุดๆ โปรแกรมลีกอัดแน่นเดือน พ.ย.64 บอลลีกเตะนัดท้ายเลกแรก 28 พ.ย. ส่วน 29 พ.ย. ก็ต้องให้แข้งพัก แถมมีเวลาเตรียมทีมแค่ 5 วัน ไม่รวมเดินทางไปสิงคโปร์ ก่อนประเดิมหวด “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ” นัดแรก 5 ธ.ค.นี้ หวั่นใจแข้งเหนื่อยล้า, ฟอร์มตก, เบื่อเกมแข่งขัน ฯลฯ เผยเตรียมเฟ้นหานักเตะที่ดีที่สุด, ฟอร์มเปรี้ยงปร้าง, ฟิตเต็มอัตราศึก และเข้าระบบ “มาโน่ โพลกิ้ง” ที่สุด ร่วมก๊วนไปทวงบังลังก์แชมป์อาเซียนคืน!

ความเคลื่อนไหวของทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ภายใต้การกุมบังเหียนของ “มาโน่ โพลกิ้ง” ที่กำลังเดินหน้าเตรียมความพร้อมลุยศึกฟุตบอล “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020” ที่ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 5 ธ.ค.64 – 1 ม.ค.65 โดยขุนพลจากลุ่มน้ำเจ้าพระยา อยู่ในกลุ่ม เอ ร่วมกับ สิงคโปร์ (เจ้าภาพ), ฟิลิปปินส์, เมียนมา และทีมจากรอบคัดเลือก (บรูไน หรือ ติมอร์ เลสเต)

ล่าสุด “เซอร์เด็จ” จเด็จ มีลาภ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อถึงแผนงานการเตรียมความพร้อมว่า “พูดตรงๆ ปัญหาใหญ่คือเราไม่มีเวลาเตรียมทีมมาก ไม่มีเวลาอุ่นเครื่อง ไทยลีกจะจบวันที่ 28 พ.ย.64 และวันที่ 29 พ.ย.64 นักเตะก็ต้องพัก ทำให้เรามีเวลาเตรียมทีมแค่ 5 วันเพราะเกมแรกคือวันที่ 5 ธ.ค.64 เราจำเป็นต้องเลือกตัวผู้เล่นที่ดีที่สุดไป เราได้ให้มาโน่ โพลกิ้ง ตั้งระบบไว้ว่าเราจะเล่นระบบไหน และเราก็ดึงตัวผู้เล่นที่ดีที่สุดนำมาลงตรงนั้นเพื่อที่จะเข้ากับระบบของเขาที่ตั้งไว้”

“ตอนนี้เราก็ดูว่าใครฟอร์มดีที่สุด พยายามจะเลือกตัวผู้เล่นที่ดีที่สุดเข้ามา เพื่อทำผลงานให้ดีอีกครั้ง ไม่จะเป็นต้องเป็นนักเตะจากไทยลีก 1 ซึ่งไทยลีก 2 ใครมีผลงานโดดเด่นเราจะไปดู ซึ่งถ้าเรามีเวลาเตรียมทีมสัก 2 สัปดาห์ เราอาจจะมีเวลาได้ตัวผู้เล่นหลายคนมาร่วมซ้อมได้ ก่อนจะตัดตัวอีกทีและมีเกมอุ่นเครื่อง แต่เราไม่สามารถทำได้เพราะเราไม่มีเวลาเลย ฉะนั้นก็ต้องมีนักเตะที่ดีที่เข้ากับระบบมาใส่แล้วไปแข่งเลย”

“อย่างไรก็ตาม ถ้ามีโอกาสได้เวลา 2 สัปดาห์ เราก็จะมีเวลาเตรียมทีม ได้คัดเลือกตัว และได้ลองระบบต่างๆ มันก็จะดีกว่า บางทีต้องเข้าใจว่าลีกเตะเดือน พ.ย. ถี่มาก นักเตะอาจจะเหนื่อยล้าหรือเบื่อจากการแข่งขัน หรือบางคนอาจจะบาดเจ็บ ปัญหานี้ที่เราต้องเจอก่อนจะไปแข่งในระดับชาติ แต่หากนักเตะล้าการไปแข่งต่ออาจทำให้ผลการแข่งขันออกมาไม่ค่อยเท่าไหร่ก็ได้ สิ่งที่เรากลัวคือนักเตะแข่งมากจนบาดเจ็บ ฟอร์มตกรวมทั้งล้าด้วย” ผช.ผู้ฝึกสอนวัย 49 ปี กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย มีโปรแกรมลงเตะประกอบด้วย วันที่ 5 ธ.ค.64 พบ ผู้ชนะจากรอบคัดเลือก (บรูไน หรือ ติมอร์ เลสเต), วันที่ 11 ธ.ค.64 พบ เมียนมา, วันที่ 14 ธ.ค.64 พบ ฟิลิปปินส์ และวันที่ 18 ธ.ค.64 พบ เจ้าภาพสิงคโปร์ โดยรอบแบ่งกลุ่มแข่งแบบพบกันหมด นำอันดับ 1 และ 2 ของแต่ละกลุ่ม ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศตามลำดับ