“คล็อปป์” เปรียบคนไม่ฉีดวัคซีนเหมือนฝ่าฝืน “เมาแล้วขับ”

27

เจอร์เกน คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล เรียกร้องนักเตะเปิดเผยสถานะวัคซีน เปรียบคนไมฉีดเสมือนฝ่าฝืนกฎหมายห้ามขับขี่ขณะมึนเมา

คล็อปป์ ซึ่งสูญเสียมารดา เนื่องจาก โควิด-19 เมื่อปีที่แล้ว ยืนยันลูกทีมผ่านการฉีดวัคซีนแล้ว 99 เปอร์เซ็นต์ แต่ตั้งข้อสงสัย เพราะเหตุใดสโมสรอื่นๆ จึงไม่อนุญาตให้สอบถามนักเตะว่าฉีดวัคซีนหรือไม่

เกิดกระแสกดดันนักเตะอาชีพ ประพฤติตนเป็นแบบอย่างแก่เยาวชน ด้วยการเปิดเผยประวัติการฉีดวัคซีน หลังมีรายงานว่า สมาชิกคนสำคัญของ แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือ ทีมชาติอังกฤษ ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน

ข้อมูลและความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับวัคซีน แพร่กระจายในวงกว่างของนักฟุตบอลอาชีพ แม้กระทั่ง เซาธ์เกต ยังไม่ทราบว่า ลูกทีมคนใดฉีดวัคซีนแล้ว

นักเตะส่วนมากจะต้องออกเดินทางเล่นเกมทีมชาติสัปดาห์หน้า ถึงแม้หลายประเทศเป็นพื้นที่สีแดง ทว่ารัฐบาลอังกฤษ ผ่อนปรนมาตรการกักตัว เฉพาะผู้เล่นที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว

โดย คล็อปป์ เผยว่า อลิสสัน เบ็คเกอร์ นายทวาร, ฟาบินโญ, ซาดิโอ มาเน และ คอสตาส ซิมิกาส สามารถลงเล่นในพื้นที่สีแดงได้

นักเตะคนดังกล่าว สามารถใช้กฎการกักตัวใหม่ ซึ่งจะอนุญาตให้ร่วมฝึกซ้อม หลังกลับสู่สโมสรทันที อย่างไรก็ตาม เข้าใจว่า นักเตะบางคนซึ่งผ่านการฉีดวัคซีน ที่ทวีปอเมริกาใต้ คาดว่าเป็น “สปุตนิก วี” ของ รัสเซีย และ “ซิโนแวค” ของประเทศจีน จะไม่ได้รับการยกเว้น

อดีตเทรนเนอร์ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ กล่าว “เราทุกคนอาจอยู่ในสถานการณ์ที่เราดื่มเบียร์ 1-2 แก้ว แล้วคิดว่าเรายังขับรถไหว แต่กฎหมายสั่งห้าม ดังนั้นเราจึงไม่ทำแบบนั้น”

“กฎหมายไม่ได้คุ้มครองแค่ผมคนเดียว แต่รวมถึงคนอื่นๆ การฉีดวัคซีนก็เหมือนกัน ผมไม่เข้าใจว่าทำไมมันเป็นการริดรอนเสรีภาพ หากเป็นเช่นนั้น เมาแล้วขับก็ทำได้สิ” คล็อปป์ วัย 54 ปี ทิ้งท้าย